วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

On 08:23 by Unknown     No comments

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

On 19:05 by Unknown     No comments




มิติใหม่การศึกษา เดินหน้าประเทศไทย







                                                                                  

On 18:54 by Unknown     No comments
       จากที่ได้เรียนเรื่องกรอบแนวคิดการจัดการเรียนรู้ จะมีทฤษฎีอยู่หลายท่านที่มีแนวคิดในเรื่องนี้ และจากการที่ได้สรุป
ตามความเข้าใจของกระผม  ทุกๆอย่างล้วนให้ความสำคัญกับศักยภาพของบุคลากรเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น การ
พัฒนาคนของประเทศเพื่อให้ประเทศมีศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศอื่น ทั้งทางด้าน เศรษฐกิจและการปกครอง

สรุปจากสิ่งที่ได้เรียนรู้จากที่ได้ฟังเพื่อนนำเสนอ
     ได้ความรู้ในหลายๆด้าน และได้เห็นถึงแผนการพัฒนาการศึกษาต่างๆของประเทศของเราทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆเพื่อนนำไปปรับปรุงแก้ไขและเตรียมความพร้อมสำหรับที่เราจะไปเป็นครูในอนาคต



 โดย นายธีรวัฒน์  อรุณรัตนลีลากุล 5681135034

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558

On 21:08 by Unknown     No comments
                ในการเรียนคาบนี้ ช่วงแรกจะเป็นการให้เพื่อนๆ ได้ออกมาพูดอะไรก็ได้ให้เพื่อนคนอื่นๆฟัง ทำให้ผมใด้เรียนรู้แนวคิดและวิธีคิดของเพื่อนๆแต่ละคน ว่าแท้จริงเค้าคิดอย่างไรมีประสบการณ์อะไรที่เค้าได้เจอกันมาบ้าง มันทำให้ผมได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆจากประสบการณ์ของเพื่อนเรานี้เอง  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผมเป็นอย่างมากเพราะมันเป็นความรู้หรือประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากห้องเรียน   
               
              หลังจากนั้นก็เข้าสู้บทเรียน  ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ (Knowlesge) โดยผมได้เรียนรู้หลายอย่างเกี่ยวกับหัวข้อนี้  ทั้งการจัดการความรู้,ประเภทของความรู้,วิวัฒนาการของการจัดการเรียนรู้ และหัวข้ออื่น
ผมได้รูว่าความรู้ของเราหากไม่นำมันมาใช้หรือไม่มีการทบทวนและประยุต์ ฏ็จะทำให้ความรู้สูญหายได้   โดยความรู้
สามารถแบ่งออกได้เป็น 2แบบ ได้แก่
                 1. ความรู้ที่มองเห็น  คือความรู้ที่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ทั้ง ในรูปแบบของตัวอักษร`,สัณลักษณ์
    หรือการพูดอธิบาย
                 2. ความรู้ที่มองไม่เห็น  คือ ความรู้ที่ไม่ปรากฎแต่ยังมีอยู่ในตัว โดยไม่สามารถแสดงออกมาให้เห็นเป็นคำพูดหรือตัวอักษรได้ แต่สามาถทำได้หรือสามารถปฎิบัติให้ดูได้






                                                                                                                        อ.ผู้สอน ดร.กรวรรณ สืบสม
                       

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

On 06:58 by Unknown     No comments











1 ไอทีสวมใส่ได้ (Wearable Devices) เนื่องจากแทรนการใช่อุปกรณ์พกพาได้เป็นที่นิยมในขณะนี้จึงไม่แปลกหากในปี 2015 จะได้เห็นอุปกรณ์อีกหลายอย่างที่จะมีขนาดเล็กลงจนทำให้สามารถพกพาได้สะดวก โดยเฉพาะสินค้าที่เน้นไปทางด้านสวมใส่



2 อุปกรณ์หลากหลายขนาด เนื่องจากความต้องการใช้งานหรือความชอบที่แตกต่างกันจึงทำให้ผู้ผลิตต้องผลิตสินค้าขึ้นมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีหลายกลุ่มด้วยกัน

3 โอเอสทางเลือกที่ 3 ผมมองว่าผู้ที่ใช้ระบบปฎิบัติการแบบเดิม ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงบ้างจึงทำให้ระบบแบบใหม่ๆจะเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นจากีที่แล้ว


4 S6 ชี้อนาคตซัมซุง เนื่องจากยอดขายของ samsung ได้ลดลงอย่างมากในปีที่่ผ่านมา ด้วยมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมามากมายจึงทำให้ samsung ตกที่นั้งลำบากอบู๋ในตอนนี้


5 เครื่องจะคุยกัน (Machine to Machine) ปัจจุบันด้มีการคิดค้นระบบสื่อสารแบบนี้ขึ้นมาแล้วแต่ยังไม่ใด้ออกวางจำหน่ายเพราะติดกับกฎหมาย และ ความรับิดชอบจึงยังไม่ค่อยเห็นเทคโนโลยีแบบนี้มากนักในีที่่ผ่านมา

6 ระบบไอทีเปิดกว้าง ปัจจุบันการสื่้อสารส่วนใหญ่หรือแทบจะทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นระบบออนไลน์ จึงไม่แปลกหากในปี2015 จะได้เ็นลูกเล่นใหม่ๆขึ้นมาดึงดูดใจู้ใช้
7 ปีทองไอทีจีน : ปี 2015 จะเป็นอีกปีที่ตลาดสินค้าไอทีจากประเทศจีนเติบโตก้าวกระโดด จุดนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ตลาดไอทีจากประเทศญี่ปุ่นจะตกที่นั่งลำบาก

8 จับตา iPhone 6C : แม้ไอโฟน 5C ในรูปตัวเครื่องสีสดใสจะไม่ได้ทำเงินร้อนแรง และแอปเปิลก็หันมาเปิดตัวไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัสด้วยหน้าจอใหญ่กว่าเดิม แต่มีความเป็นไปได้สูงมากที่แอปเปิลจะเปิดตัวไอโฟน 6C ราคาประหยัดกว่าออกมาจำหน่ายในปี 2015 เนื่องจากตลาดผู้นิยมสมาร์ทโฟนหน้าจอ 4 นิ้วยังมีอยู่และจับต้องได้

9 แว่น VR จีนมาแรง : แว่น VR หรือเวอร์ชวลเรียลิตี้ (virtual reality) เป็นหน้าจอขนาดจิ๋วในรูปแว่นตาซึ่งผู้สวมใส่จะได้เห็นภาพกราฟฟิกของระบบไอทีซ้อนทับภาพวัตถุหรือวิวทิวทัศน์จริง ปี 2015 คือปีที่น่าจับตาว่าแว่น VR จากผู้ผลิตในจีนจะสามารถแจ้งเกิดได้บนเวทีโลก หลังจากที่ปล่อยให้ผู้ผลิตจากประเทศอื่นลองผิดลองถูกไปก่อน



10 แอปไทยจะโตระดับภูมิภาค : ปี 2015 คือปีที่แอปพลิเคชันไทยมีแนวโน้มจะเติบโตเพื่อบุกตลาดผู้ใช้ในกลุ่มประเทศอาเซียนหรือเอเชียมากขึ้น ตัวอย่างแอปพลิเคชันดาวรุ่งไทยที่น่าจับตาคือ 'เคลม ดิ (Claim Di)' ที่ได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนรายใหญ่บนเป้าหมายเติบโตระดับโลก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มไอทีนี้ควรได้รับแรงหนุนจากรัฐบาลไทยในการออกกฎหมายคุ้มครองนักลงทุนต่างชาติให้ได้มาตรฐานสากล ก่อนที่บริษัทดาวรุ่งไทยจะถูกซื้อไปเพื่อจดทะเบียนในประเทศอื่น ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยไร้ตัวตนในวงการไอทีโลกต่อไป